ปรีชา สุขสวัสดิ์ ม.สงขลานครินทร์ ได้รับเลือกเป็นลูกจ้างดีเด่น จาก ปขมท.

นายปรีชา สุขสวัสดิ์ ลูกจ้าง หน่วยจุลชีววิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับเลือกเป็นบุคลากรสายสนับสนุนผู้มีผลงานดีเด่นระดับชาติ ประจำปี 2560 จาก ที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.)ประเภทลูกจ้างดีเด่น เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 จากผลงาน ลดปัญหา อาหารเลี้ยงเชื้อไหม้ ในห้องปฎิบัติการ ในการเตรียมอาหาร สำหรับตรวจพิสูจน์ ชนิดของเชื้อจุลินทรีย์ ของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ช่วยลดค่าใช้จ่าย ได้ถึง 11,980 บาทต่อเดือน หรือ 143,760 บาทต่อปี เพื่อให้สามารถรายงานผลการวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานถูกต้องแก่แพทย์

นายปรีชา สุขสวัสดิ์ เปิดเผยว่า ทำงานที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 ด้วยวุฒิ ม.ศ.3 อัตราเงินเดือน 1,225 บาท เงินเดือนไม่ค่อยพอใช้ ต้องรับจ้างตัดหญ้าเพื่อรายได้เสริม ในด้านการศึกษา เรียนโรงเรียนวัดคูเต่าวิทยา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และมาเรียนศึกษาผู้ใหญ่ จบ ชั้น ม.ศ.5 ทำงานมาแล้ว 33 ปี นับเป็นตัวอย่างของผู้ที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง มีผลงานเป็นที่ยอมรับ “รู้สึกมีความสุขกับงาน ไม่เบื่องาน โดยที่เป็นคนคิดบวกและปฎิบัติธรรม ชอบออกกำลังกายวิ่ง ว่ายน้ำ และปั่นจักรยาน เป็นนักกีฬาเหรียญทองในการวิ่งหลายระยะ ทั้งประเภทเดี่ยวและวิ่งผลัด กีฬาบุคลากรสำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา

การทำงานได้รับความร่วมมือและช่วยเหลือจากหัวหน้าหน่วยจุลชีววิทยา ภาควิชาพยาธิวิทยา คือนักเทคนิคการแพทย์หญิงมัณฑนา เพ็งมาก และทีมงานคือ ดร.นักเทคนิคการแพทย์หญิงมิ่งขวัญ ยิ่งขจร นายเชิดศักดิ์ มหาวงศ์ โดยนักเทคนิคการแพทย์หญิงเบญจมาศ ธรรมจรุงวงศ์ เป็นผู้เขียนเอกสารให้จนสามารถได้รับรางวัลคุณภาพไคเซ็น พร้อมช่วยร่างคำกล่าวเมื่อมีผู้เชิญไปบรรยาย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น

งานที่ทำได้พัฒนางานการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อ (media) ที่ดีมีคุณภาพจึงเป็นพื้นฐานสำคัญต่อมาตรฐานทางห้องปฏิบัติการ เพื่อสามารถรายงานผลการวินิจฉัยที่ถูกต้องแก่แพทย์ต่อไป โดยจะต้องเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อมากกว่า 80 ชนิด ปัญหาคือพบ อาหารเลี้ยงเชื้อตกตะกอน ไหม้ได้ง่าย อยู่บ่อยครั้ง และตนเองยังต้องยืนคน อาหารเลี้ยงเชื้อตลอดเวลา เกิดความเมื่อยล้า และเสียเวลา ปัญหาที่ มีเสียงดังจากการที่ก้านข้อต่อหมุนคนหลวมและ ก้านคนมีการแกว่งมาก ไม่สะดวกต่อการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อต่างชนิดกันอย่างต่อเนื่อง เพราะต้องปิดสวิทซ์เครื่องดูดควันและรอจนแกนหมุนหยุดนิ่งก่อนทุกครั้ง สิ่งที่ดำเนินการก็คือ 1.เปลี่ยนก้านคนเป็นสแตนเลสเนื้อดี 2.เปลี่ยนคลิปเป็นตัวล็อคระดับความสูง เพิ่มประโยชน์การใช้งานจากแรงหมุนของมอเตอร์เครื่องดูดควันในห้องปฎิบัติการ โดยไม่ลดประสิทธิภาพในการทำงานของเครืองดูดควัน งบประมาณเครื่องคนอาหารเลี้ยงเชื้อ ( Media) ประกอบด้ว ลูกรอกตัวเล็ก 200 บาท ลูกรอกตัวใหญ่ 700 บาท ก้านสแตนเลส 2 ก้าน 100 บาท ลูกปืนตุ๊กตา 2 ตลับ 800 บาท โครงเหล็กยึดลูกรอกและก้านควบคุม 500 บาท (ประยุกต์จากเศษเหล็กเหลือใช้) สายพานจักรเย็บผ้า 50 บาท คลิปจับยึดและน็อตสแตนเลส 80 บาท รวม 2,430 บาท

อาหารเลี้ยงเชื้อมีส่วนประกอบของผงวุ้น หรือ น้ำตาลชนิดต่างๆ เช่น กลูโคส มากกว่า 0.5%ปริมาณ อาหารเลี้ยงเชื้อที่ใช้เตรียมแต่ละครั้งมีปริมาตรมากกว่า 500 มิลลิลิตร อาหารเลี้ยงเชื้อที่ใช้เป็นประจำมากกว่า 80 ชนิด มี 15 ชนิดที่เข้าข่ายไหม้ได้ง่าย ใน 1 เดือนเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อที่เสี่ยงต่อการไหม้ 15 ชนิด รวม 59,900 มิลลิลิตร ราคา อาหารเลี้ยงเชื้อคิดเป็น 200 บาทต่อ 1,000 มิลลิลิตร ดังนั้น มูลค่าเสียหายจาก อาหารเลี้ยงเชื้อที่เสี่ยงต่อการไหม้ เป็นเงิน 11,980 บาทต่อ เดือน หรือ 143,760 บาท ต่อปี

อีกทั้งช่วยให้อาหารเลี้ยงเชื้อที่เตรียมมีคุณภาพดี ผ่านระบบควบคุม มาตรฐานห้องปฏิบัติการ ISO 15189: 2012 ได้มาตรฐานกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นการลดต้นทุน และส่งงานไปวินิจฉัยได้รวดเร็ว ลดปัญหาการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อไหม้ได้ 100% ลดเวลาการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อได้เฉลี่ยวันละ 80 นาที เวลาที่ใช้เตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อต่อครั้งลดลงจาก 13 นาที เหลือ 5 นาที ลดลงได้ 8 นาทีต่อครั้ง ซึ่งในแต่ละวันต้องเตรียม 12 ครั้ง ทำให้ช่วยลดเวลาการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อได้เฉลี่ยวันละ 96 นาที ช่วยให้สามารถปฎิบัติงานอื่นพร้อมกัน

การเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ ช่วยให้ผู้ปฎิบัติงานมีความสะดวกมากขึ้นจากการใช้เครื่องคน อาหารเลี้ยงเชื้อเนื่องจากไม่เมื่อยล้า ไม่ต้องสัมผัสความร้อนจากเตาโดยตรงตลอดเวลา และลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นขณะปฎิบัติงาน ลดการสิ้นเปลืองจากการเตรียม อาหารเลี้ยงเชื้อไหม้ ทำให้ลดขยะสารเคมีในห้องปฎิบัติการ และผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มอบหมายให้คิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่ๆโดยให้ดัดแปลงรถรับส่งเวชภัณฑ์ในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ให้คล่องตัวมากขึ้น